หลายคนน่าจะเคยเจอปัญหา ผิวแห้งง่าย ทั้งที่ก็ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงเป็นประจำ แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงผิวก็กลับมาตึง แห้ง เป็นขุย หรือบางครั้งมีอาการคันร่วมด้วย โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา หน้าแข้ง ข้อศอก และใบหน้า
จริง ๆ แล้วปัญหาผิวแห้งไม่ได้เกิดจากการทาครีมน้อยเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ทั้งสภาพอากาศ พฤติกรรมการอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ อายุ การพักผ่อน รวมถึงการดูแลร่างกายจากภายใน
บทความนี้จะพาไปดูว่า ผิวแห้งง่าย เกิดจากอะไร มีสัญญาณแบบไหนที่ควรเริ่มดูแล และเราสามารถดูแลผิวให้ชุ่มชื้นขึ้นได้อย่างไรบ้าง
ทำไมผิวถึงแห้ง แม้จะทาครีมอยู่แล้ว?
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมทั้งที่ทามอยส์เจอไรเซอร์หรือโลชั่นอยู่ทุกวัน ผิวก็ยังรู้สึกแห้งหรือตึงอยู่เหมือนเดิม
สาเหตุหนึ่งคือเรื่องของ เกราะป้องกันผิว หรือ Skin Barrier ซึ่งทำหน้าที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและป้องกันสิ่งระคายเคืองจากภายนอก เมื่อเกราะป้องกันผิวทำงานได้ไม่เต็มที่ น้ำในผิวก็อาจสูญเสียออกสู่ภายนอกได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น ต่อให้ทาครีมบำรุงอยู่เป็นประจำ แต่หากยังมีพฤติกรรมที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เช่น อาบน้ำร้อน อยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แรงเกินไป ปัญหาผิวแห้งก็อาจกลับมาได้เรื่อย ๆ
ผิวแห้งง่าย เกิดจากอะไร?
1. อยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
ห้องปรับอากาศมักมีความชื้นค่อนข้างต่ำ ทำให้น้ำบนผิวระเหยออกได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานในออฟฟิศหรือนอนเปิดแอร์ตลอดทั้งคืน อาจสังเกตได้ว่าผิวบริเวณแขน ขา หรือใบหน้ารู้สึกแห้งและตึงมากกว่าปกติ
2. อาบน้ำร้อนจัดหรืออาบน้ำนานเกินไป
การอาบน้ำอุ่นอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่หากใช้น้ำที่ร้อนเกินไปหรืออาบน้ำนานมาก ๆ อาจทำให้ไขมันธรรมชาติที่เคลือบผิวถูกชะล้างออกไปมากขึ้น
ผลที่ตามมาคือหลังอาบน้ำอาจรู้สึกว่าผิวตึง คัน หรือแห้งเป็นพิเศษ ดังนั้นคนที่มีปัญหาผิวแห้งง่ายควรใช้น้ำอุณหภูมิพอเหมาะและไม่จำเป็นต้องอาบน้ำนานเกินไป
3. ใช้สบู่หรือเจลอาบน้ำที่แรงเกินไป
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางชนิดสามารถชะล้างน้ำมันบนผิวออกมากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วรู้สึกว่าผิวสะอาดจน “เอี๊ยด”
สำหรับคนที่มีผิวแห้งง่าย อาจลองเลือกสบู่หรือเจลอาบน้ำสูตรอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการขัดหรือถูผิวแรง ๆ ทุกวัน
4. ไม่ทามอยส์เจอไรเซอร์หลังอาบน้ำ
หลังอาบน้ำเป็นช่วงที่ผิวสามารถสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย โดยเฉพาะหากปล่อยผิวทิ้งไว้นานโดยไม่ได้ทาผลิตภัณฑ์บำรุง
การทามอยส์เจอไรเซอร์ในช่วงที่ผิวยังมีความชื้นเล็กน้อยจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้ดีขึ้น
ส่วนผสมที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแห้ง เช่น
- Ceramide
- Glycerin
- Hyaluronic Acid
- Squalane
- Shea Butter
- Petrolatum
5. สครับหรือผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไป
การสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม AHA, BHA และ Retinoid สามารถช่วยเรื่องผิวในบางกรณีได้ แต่หากใช้บ่อยหรือเข้มข้นเกินไป ก็อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและสูญเสียความชุ่มชื้นได้
หากเริ่มมีอาการแสบ ผิวแดง ลอก หรือรู้สึกตึงมากผิดปกติ อาจต้องลดความถี่ในการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ลง
6. โดนแดดเป็นประจำ
รังสี UV ไม่ได้ส่งผลเฉพาะเรื่องผิวคล้ำหรือฝ้า แต่การโดนแดดสะสมยังสามารถส่งผลต่อโครงสร้างของผิวในระยะยาวได้
แสงแดดสามารถส่งผลต่อคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและดูแห้งกร้านได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลผิว
7. อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของผิวสามารถเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติที่อาจลดลง ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่าผิวแห้งง่ายกว่าเดิม
นอกจากนี้ คอลลาเจนภายในผิวก็มีแนวโน้มลดลงตามอายุ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผิวดูไม่อิ่มฟูหรือมีความยืดหยุ่นน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงวัยที่อายุน้อยกว่า
8. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ
ผิวแห้งไม่ได้หมายความว่าคนนั้นดื่มน้ำน้อยเสมอไป เพราะปัญหาผิวแห้งมีหลายสาเหตุ แต่หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ก็อาจมีอาการปากแห้ง อ่อนเพลีย หรือรู้สึกว่าผิวแห้งมากขึ้นได้
ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอจึงยังเป็นหนึ่งในพื้นฐานของการดูแลสุขภาพโดยรวม
9. พักผ่อนน้อยและมีความเครียด
การนอนหลับและความเครียดสัมพันธ์กับการทำงานของร่างกายหลายระบบ รวมถึงสุขภาพผิว หลายคนอาจสังเกตว่าช่วงที่นอนน้อยหรือเครียดต่อเนื่อง ผิวจะดูหมอง โทรม หรือไม่สดใสเท่าปกติ
ดังนั้นการดูแลผิวจึงไม่ควรโฟกัสเพียงครีมบำรุง แต่ควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนควบคู่กันไปด้วย
10. ได้รับสารอาหารไม่หลากหลาย
ผิวเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและต้องอาศัยสารอาหารหลายชนิดในการทำงานตามปกติ การรับประทานอาหารแบบจำกัดมากเกินไปหรือขาดสารอาหารบางกลุ่มจึงอาจส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยรวมได้
ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย โดยมีทั้งโปรตีน ผัก ผลไม้ ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ
ผิวแห้งควรดูแลอย่างไร?
หากมีปัญหาผิวแห้งเป็นประจำ อาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันก่อน เช่น
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด
- ไม่อาบน้ำนานเกินความจำเป็น
- เลือกสบู่หรือเจลอาบน้ำสูตรอ่อนโยน
- ทามอยส์เจอไรเซอร์หลังอาบน้ำ
- หลีกเลี่ยงการสครับผิวบ่อยเกินไป
- ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารให้ครบและหลากหลาย
- พักผ่อนให้เพียงพอ
สำหรับคนที่ผิวแห้งมาก การเลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อครีมหรือบาล์มอาจเหมาะกว่าโลชั่นบางเบา เพราะสามารถช่วยเคลือบผิวและลดการสูญเสียความชุ่มชื้นได้ดีกว่า
นอกจากการทาครีม การดูแลผิวจากภายในก็สำคัญ
การดูแลผิวให้ดูสุขภาพดีไม่ได้มีเพียงการใช้สกินแคร์จากภายนอกเท่านั้น เพราะอาหารและสารอาหารที่ได้รับในแต่ละวันก็มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของผิวเช่นกัน
หนึ่งในสารอาหารที่ถูกพูดถึงค่อนข้างมากในกลุ่มคนดูแลผิวก็คือ Collagen หรือคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบตามธรรมชาติในร่างกาย และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างผิว กระดูก และเนื้อเยื่อต่าง ๆ
Collagen เกี่ยวข้องกับผิวอย่างไร?
คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีบทบาทต่อโครงสร้าง ความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของผิว แต่เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณคอลลาเจนภายในร่างกายมีแนวโน้มลดลงตามธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภท Collagen Peptide หรือ Hydrolyzed Collagen จึงได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการดูแลผิวจากภายในควบคู่กับการใช้สกินแคร์
อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนควรมองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลผิว ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนมอยส์เจอไรเซอร์ ครีมกันแดด อาหารที่เหมาะสม หรือการพักผ่อนให้เพียงพอ
เลือก Collagen ควรดูอะไรบ้าง?
หากกำลังมองหาคอลลาเจนมารับประทาน สามารถพิจารณาข้อมูลบนฉลากและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ได้จากหลายปัจจัย เช่น
- ชนิดของคอลลาเจน เช่น Collagen Peptide หรือ Hydrolyzed Collagen
- ปริมาณคอลลาเจนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ควรดูปริมาณจริงต่อซองหรือหนึ่งเสิร์ฟ
- ส่วนประกอบอื่นในสูตร เช่น Vitamin C
- ปริมาณน้ำตาล โดยเฉพาะสูตรผงชงดื่มหรือแบบเยลลี่
- ความสะดวกในการรับประทาน เพื่อให้สามารถรับประทานต่อเนื่องได้ง่าย
- ร้านค้าและแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ

อยากลอง Collagen สามารถเช็กราคาใน Shopee ได้
สำหรับใครที่ดูแลผิวจากภายนอกอยู่แล้ว ทั้งทามอยส์เจอไรเซอร์ ใช้ครีมกันแดด ดื่มน้ำ และพักผ่อนให้เพียงพอ แต่อยากเพิ่มตัวช่วยในการดูแลจากภายใน Collagen Peptide ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่หลายคนนิยมเลือกใช้
ก่อนซื้อแนะนำให้เปรียบเทียบปริมาณคอลลาเจนต่อหนึ่งเสิร์ฟ ส่วนประกอบ ราคา และรีวิวจากผู้ซื้อจริงก่อนตัดสินใจ
สรุป ผิวแห้งง่าย เกิดจากอะไร?
ผิวแห้งง่าย สามารถเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่อากาศแห้ง การอยู่ในห้องแอร์ อาบน้ำร้อน ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แรงเกินไป ไปจนถึงอายุ แสงแดด อาหาร และการพักผ่อน
สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงด้วยการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ผิวระคายเคือง ใช้ครีมกันแดด และดูแลสุขภาพจากภายในควบคู่กันไป
ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง Collagen Peptide สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากเสริมการดูแลผิวจากภายใน แต่ควรใช้ควบคู่กับการดูแลพื้นฐาน ไม่ควรคาดหวังให้คอลลาเจนแก้ปัญหาผิวแห้งได้เพียงอย่างเดียว
หมายเหตุ: หากมีอาการผิวแห้งมากผิดปกติ คันรุนแรง มีผื่นแดง ผิวแตกเป็นแผล หรือมีอาการต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินสาเหตุเพิ่มเติม


Leave a comment