เปิดหน้าสินค้าโปรตีนสองกระปุก กระปุกหนึ่งบอกว่าได้โปรตีน 25 กรัม อีกกระปุกบอก 30 กรัม ดูเผิน ๆ ก็เหมือนกระปุกหลังให้เยอะกว่า แต่พอพลิกไปอ่านฉลาก อาจพบว่าต้องชงถึงสองสกูปถึงจะได้ตัวเลขนั้น
ถ้าเคยงงตรงนี้ คุณไม่ได้อ่านผิดหรอกครับ ตัวเลขแต่ละตำแหน่งอาจกำลังบอกคนละอย่าง ทั้งน้ำหนักผง ปริมาณต่อหน่วยบริโภค และโปรตีนที่ได้รับจริง ลองแยกทีละส่วน แล้วการเปรียบเทียบจะง่ายขึ้นมาก
โปรตีน 1 สกูปได้กี่กรัม?
ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ ต้องดูว่าหนึ่งหน่วยบริโภคมีกี่สกูป และให้โปรตีนกี่กรัม หากฉลากระบุว่า 2 สกูปให้โปรตีน 30 กรัม หนึ่งสกูปตามขนาดที่ฉลากกำหนดก็ให้โปรตีนประมาณ 15 กรัม
คำว่า “สกูป” หมายถึงช้อนตวงของผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ใช่หน่วยน้ำหนักมาตรฐานที่นำไปใช้แทนกันได้ทุกยี่ห้อ จึงควรดูน้ำหนักเป็นกรัมประกอบเสมอ
สามตัวเลขที่ควรแยกให้ออก
1. น้ำหนักผงต่อหน่วยบริโภค
เช่น “หนึ่งหน่วยบริโภค: 1 สกูป (30 กรัม)” หมายถึงน้ำหนักผงทั้งหมดที่นำมาคำนวณข้อมูลโภชนาการ ไม่ได้หมายความว่าผงนั้นเป็นโปรตีนทั้งหมด
2. ปริมาณโปรตีนต่อหน่วยบริโภค
ให้มองหาบรรทัด “โปรตีน” ในตารางโภชนาการ เช่น ผง 30 กรัมอาจให้โปรตีน 24 กรัม ส่วนที่เหลือเป็นส่วนประกอบอื่นของสูตร จึงไม่ควรนำตัวเลขน้ำหนักผงไปบันทึกเป็นปริมาณโปรตีนทันที
3. จำนวนหน่วยบริโภคต่อบรรจุภัณฑ์
ตัวเลขนี้ช่วยบอกว่าผลิตภัณฑ์หนึ่งกระปุกแบ่งได้กี่หน่วยตามฉลาก ถ้าระบุ 30 หน่วย และใช้วันละหนึ่งหน่วย ก็คิดเป็นประมาณ 30 วัน แต่ถ้าใช้ต่างจากนั้น ระยะเวลาที่ใช้ได้ก็เปลี่ยนไปด้วย
หน่วยบริโภคเป็นฐานสำหรับอ่านข้อมูลโภชนาการ อย่าใช้ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวตัดสินว่าตัวเองจำเป็นต้องกินเท่าไรในแต่ละวัน
ตัวอย่างฉลาก: ผง 30 กรัม ให้โปรตีนเท่าไร?

สมมติว่าผลิตภัณฑ์หนึ่งมีข้อมูลดังนี้ ตัวเลขนี้ใช้สอนวิธีอ่านฉลาก ไม่ใช่ข้อมูลของสินค้ายี่ห้อใด
| ข้อมูลบนฉลากสมมติ | ความหมาย |
|---|---|
| หนึ่งหน่วยบริโภค: 1 สกูป (30 กรัม) | ข้อมูลโภชนาการคำนวณจากผง 30 กรัม |
| โปรตีน: 24 กรัมต่อหน่วยบริโภค | กินผงตามหน่วยที่กำหนด ได้โปรตีน 24 กรัม |
| จำนวนหน่วยบริโภค: 30 | หนึ่งบรรจุภัณฑ์แบ่งได้ประมาณ 30 หน่วยตามฉลาก |
ถ้ากินครึ่งหน่วย หรือผง 15 กรัม ก็คิดเป็นโปรตีนประมาณ 12 กรัม หากกินสองหน่วยจะเป็นประมาณ 48 กรัม การคำนวณนี้อธิบายปริมาณที่ได้รับ ไม่ใช่คำแนะนำว่าควรเพิ่มเป็นสองหน่วย
ถ้าฉลากระบุโปรตีนต่อ 100 กรัม ต้องคิดอย่างไร?
บางผลิตภัณฑ์แสดงข้อมูลต่อ 100 กรัม หรือมีทั้งคอลัมน์ต่อหน่วยบริโภคและต่อ 100 กรัม ก่อนหยิบตัวเลขมาใช้ ลองดูหัวคอลัมน์อีกครั้งครับ
สูตร: โปรตีนต่อ 100 กรัม × น้ำหนักผงที่ใช้ ÷ 100
ตัวอย่างสมมติ ฉลากระบุโปรตีน 80 กรัมต่อผง 100 กรัม ถ้าใช้ผง 30 กรัม จะได้โปรตีน 80 × 30 ÷ 100 = 24 กรัม
ถ้าจะชั่ง ให้หักน้ำหนักภาชนะก่อน และทำตามรายละเอียดการตวงของผู้ผลิต การกะครึ่งสกูปหรือพูนสกูปด้วยสายตาอาจไม่ได้มีน้ำหนักตรงตามที่คิด
เปรียบเทียบสองกระปุก อย่าดูแค่โปรตีนต่อเสิร์ฟ
ลองดูตัวอย่างนี้ ผลิตภัณฑ์ B ให้โปรตีนต่อหน่วยมากกว่า แต่ใช้ผงมากกว่าด้วย ถ้าดูเฉพาะเลขตัวใหญ่หน้ากระปุก เราอาจยังเปรียบเทียบกันไม่ครบ
| ข้อมูลสมมติ | ผลิตภัณฑ์ A | ผลิตภัณฑ์ B |
|---|---|---|
| น้ำหนักสุทธิ | 900 กรัม | 900 กรัม |
| ผงต่อหน่วยบริโภค | 30 กรัม | 45 กรัม |
| โปรตีนต่อหน่วยบริโภค | 24 กรัม | 30 กรัม |
| จำนวนหน่วยต่อถุง | 30 หน่วย | 20 หน่วย |
| ราคาสมมติ | 900 บาท | 900 บาท |
| ราคาต่อหน่วยบริโภค | 30 บาท | 45 บาท |
| ต้นทุนต่อโปรตีน 1 กรัม | 1.25 บาท | 1.50 บาท |
วิธีคิดต้นทุนต่อโปรตีน 1 กรัม คือ ราคาสินค้า ÷ (จำนวนหน่วยบริโภค × โปรตีนต่อหน่วย) เช่น ผลิตภัณฑ์ A คิดเป็น 900 ÷ (30 × 24) = 1.25 บาท
ในตัวอย่างนี้ A มีต้นทุนต่อกรัมโปรตีนต่ำกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าทุกด้าน ยังต้องดูส่วนผสม รสชาติที่กินได้จริง สารก่อภูมิแพ้ และความเหมาะสมกับตัวเองด้วย หากเปรียบเทียบราคาจริง ควรใช้ราคาสุทธิหลังส่วนลดและคิดค่าจัดส่งให้เหมือนกันทั้งสองตัว
ชงกับนม ต้องนับโปรตีนเพิ่มไหม?
ต้องตรวจว่าตัวเลขบนฉลากนับเฉพาะผง หรือเป็นเครื่องดื่มที่ชงตามสูตรแล้ว หากนับเฉพาะผงและคุณเติมนม ให้บวกโปรตีนจากนมตามปริมาณที่ใช้จริง
ตัวอย่างสมมติ ผงให้โปรตีน 24 กรัม และนมที่เติมให้โปรตีนอีก 7 กรัม แก้วนั้นจะมีโปรตีนรวมประมาณ 31 กรัม แต่ถ้าข้อมูลบนฉลากรวมการชงกับนมปริมาณนั้นไว้แล้ว ก็ไม่ควรบวกนมซ้ำ
พลังงานและสารอาหารอื่นจากสิ่งที่เติมก็ต้องนับด้วย เช่น นม โยเกิร์ต หรือเนยถั่ว ส่วนการเติมน้ำเปล่าไม่ได้เพิ่มปริมาณโปรตีนในแก้ว
ก่อนซื้อ เช็กมากกว่าบรรทัดโปรตีน
เมื่อคำนวณโปรตีนได้แล้ว ลองอ่านพลังงาน น้ำตาล ไขมัน โซเดียม และรายการส่วนประกอบต่ออีกนิด โดยเปรียบเทียบบนปริมาณที่เท่ากันหรือปริมาณที่คุณจะกินจริง วิธีนับโปรตีนจากอาหารใน 1 วัน
ดูข้อมูลสารก่อภูมิแพ้และคำเตือนของแต่ละสูตรด้วย โดยเฉพาะคนที่มีประวัติแพ้อาหาร และตรวจว่าภาพฉลากตรงกับรสชาติและขนาดที่กำลังจะซื้อ เพราะสินค้าในชื่อเดียวกันอาจมีหลายสูตร
ถ้าหน้าร้านมีแต่ภาพด้านหน้า อ่านรายละเอียดไม่ออก ก็ขอภาพฉลากด้านหลังจากผู้ขายก่อนตัดสินใจได้ครับ ดีกว่าซื้อมาแล้วพบว่าตัวเลขที่เข้าใจเป็นคนละหน่วยกัน
อ่านฉลากเป็นแล้ว ค่อยตัดสินใจว่าต้องเสริมเท่าไร
การรู้ว่าแต่ละสกูปให้โปรตีนเท่าไร ช่วยให้บันทึกอาหารและเปรียบเทียบสินค้าได้ชัดขึ้น แต่ยังไม่ได้ตอบว่าคุณต้องกินโปรตีนผงทุกวันหรือไม่ ควรรวมโปรตีนจากอาหารที่กินอยู่ก่อน แล้วพิจารณาตามความต้องการของตัวเอง
ครั้งหน้าที่เลือกซื้อ ลองจำแค่สามจุดก่อน: หนึ่งหน่วยใช้ผงเท่าไร ได้โปรตีนเท่าไร และหนึ่งกระปุกมีกี่หน่วย พอแยกสามตัวนี้ออก ตัวเลขบนฉลากก็จะอ่านง่ายขึ้นครับ
แหล่งข้อมูลและหมายเหตุ
หลักการอ่านหน่วยบริโภคและคำนวณสารอาหารอ้างอิง FDA สหรัฐฯ: How to Understand and Use the Nutrition Facts Label รูปแบบฉลากอาจต่างกันตามประเทศและประเภทผลิตภัณฑ์ จึงต้องตรวจหัวตารางของสินค้าจริงเสมอ
ตัวเลขสินค้า ราคา และตัวอย่างการชงในบทความเป็นข้อมูลสมมติเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ผลทดสอบหรือการจัดอันดับยี่ห้อ ปริมาณที่คำนวณได้อิงค่าบนฉลากและอาจมีการปัดเศษ
Leave a comment